Supawat Supakwong No Comments

หลังจากที่ผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับ Algorithmic Trading (หรือ Robot Trading)  ได้มีเพื่อนๆ นักลงทุนหลายท่านทักทายเข้ามา และสอบถามความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการลงทุนในรูปแบบนี้  สิ่งหนึ่งที่ผมเห็น คือ บางท่านยังอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ Robot  ซึ่งสรุปเป็นประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้ครับ

 

1)  ROBOT = TECHNICAL ANALYSIS 

Algorithm ที่มีการพัฒนาขึ้นมาไม่จำเป็นต้องใช้หลักการทาง technical analysis เสมอไปครับ

จริงอยู่ว่า algorithm ส่วนใหญ่อาจจะมีการซื้อขายโดยพิจารณาสัญญาณของราคาทางเทคนิคเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อมูลประเภทอื่น ไล่มาตั้งแต่ ข้อมูลเศรษฐศาสตร์มหภาค  ค่า GDP  อัตราดอกเบี้ย อัตราการส่งออก fund flow มาจนถึงข้อมูลพื้นฐานของบริษัท เช่น ผลประกอบการ  หนี้สิน  ค่า PE หรือ ROE  ก็ล้วนสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของ strategy ได้   ซึ่งในปัจจุบัน บ้านเราก็มีกองทุนซื้อขายอัตโนมัติที่ตัวกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้อยู่เช่นกัน

 

2)  ROBOT = SPEED

หลายคนเชื่อว่า robot ที่มีการพัฒนาขึ้นมา เป็นระบบที่ใช้สำหรับการซื้อขายเฉพาะใน intraday โดยมี time frame ที่สั้นมากๆ

ความสำเร็จวัดกันที่ความได้เปรียบด้านความเร็วระดับเสี้ยววินาทีและความถี่ในการส่งคำสั่งซื้อขาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว High Frequency Trading ถือเป็นเพียงหนึ่งในหลายแนวทางที่ใช้ในระบบการซื้อขายอัตโนมัติ (ทั้งนี้ โอกาสทำกำไรจากส่วนต่างของราคาในตลาดบ้านเรามีค่อนข้างน้อย แนวทางนี้จึงยังไม่เป็นที่นิยม)

นอกเหนือจากแนวทางนี้แล้ว ยังคงมี algorithms อีกมากมาย ที่ซื้อขายใน timeframe รายวัน หรือรายสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นแนว trend following หรือ mean reversion โดยหลายๆ กองทุนมีช่วงเวลาถือครอง positions อยู่ในหลักรายสัปดาห์บ้าง หรือหลักเดือนบ้าง

51445684

3)  ROBOT = ETERNITY

นักลงทุนหลายคนยังคงเสาะหา Holy Grail หรือเครื่องมือลับการลงทุนที่เชื่อว่าจะเป็นเครื่องจักรทำเงินให้เขาอย่างสม่ำเสมอตลอดกาล

ในความเป็นจริงแล้ว algorithms ต่างๆ เหล่านี้ สร้างผลกำไรจากการเสาะหาสิ่งที่เรียกว่า ความไม่มีประสิทธิภาพในตลาด (market inefficiency) แล้วใช้จุดนี้ในการสร้างกำไร  อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่มีคนหรือ algorithm อีกตัวมาพบและใช้ประโยชน์จากความไม่มีประสิทธิภาพของตลาดตรงนี้เช่นกัน  ถึงจุดๆ นั้น ตลาดก็จะเข้าสู่สภาวะสมดุล ซึ่งหมายถึง algorithm นั้นๆ จะไม่สามารถทำกำไรเป็นกอบเป็นกำได้อีกต่อไป

ยกตัวอย่างเช่น ในอดีต กลุ่มนักลงทุนที่ซื้อขายตามแนว Turtle trading ที่มีหลักการง่ายๆ ว่า ซื้อเมื่อราคาวันนี้ทะลุราคาที่เคยขึ้นสูงสุดในรอบ 20 วัน และขายเมื่อราคาวันนี้ต่ำกว่าราคาต่ำสุดในรอบ 20 วัน กลยุทธ์นี้เคยทำกำไรได้มหาศาลในอดีต  แต่ในภายหลังเมื่อกลยุทธ์นี้ถูกเปิดเผยออกมา ผลตอบแทนก็ไม่ดีเท่าเดิม

 

3 ข้อนี้มาเป็นความเชื่อทีผิดที่เจอกันบ่อยๆ … คราวนี้เราก็รู้กันแล้วนะครับ ตามนั้น  🙂

 

THINK_ALGO_Blue