marketings2m No Comments

ทุกวันนี้เราคงได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “ข้อมูล” ไม่ว่าจะเป็น Big Data หรือ Small Data นั้นเป็นเหมือนเชื้อเพลิงอันมีค่าในการขับเคลื่อนโลกธุรกิจ

ในที่นี้ผู้คนมักพูดถึงข้อมูลในเชิงที่มันเป็นสินทรัพย์ของธุรกิจหรือองค์กร ไม่ใช่สินทรัพย์ของคนทั่วไปอย่างผมหรือคุณ
แต่ในอนาคตอันใกล้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิด “ตลาดข้อมูล” จำนวนมากให้คนทั่วไปสามารถซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลของตนและผู้อื่นกับบริการหรือผลิตภัณฑ์กลับมา

บทความนี้จะพาท่านผู้อ่านไปแง้มประตูอนาคตนี้ดูว่าตัวตนและพฤติกรรมของท่าน จะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเงินในโลกอนาคตได้อย่างไรบ้าง

ตลาดข้อมูลแบบไร้เงินตรา

ในตลาดแบบนี้ ไม่เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเงิน แต่เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างข้อมูลกับบริการ

ที่จริงตลาดข้อมูลแบบนี้ได้เกิดขึ้นแล้วแบบเงียบๆ เบื้องหลัง user interface อันแสนน่าใช้งาน

ในตลาดใหญ่ที่ชื่อว่า Facebook  และ Google พวกเรากำลังเอาข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการท่อง platform หรือข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของพวกเราไปแลกกับบริการให้เราเชื่อมต่อกับเพื่อนฝูง ท่องโลกอินเตอร์เน็ต  ส่งอีเมล์ ดูวิดีโอ ฯลฯ โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

พูดง่ายๆ ก็คือ Platforms เหล่านี้กำลังซื้อข้อมูลคุณด้วยบริการที่คุณหลงไหลและขาดไม่ได้ โดยที่คุณอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

เคยมีการคำนวนกันว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทำรายได้ราว 2 แสนล้านดอลลาร์ทุกปีจากข้อมูลพวกเรา (https://pando.com/2014/01/08/surveillance-valley-scammers-why-hack-our-data-when-you-can-just-buy-it/) หากจะบ่นว่าทำไมเราไม่ได้ส่วนแบ่งนี้กลับมาบ้างเลย ก็คงต้องกลับไปดู terms and conditions ที่เราไม่เคยอ่าน  สุดท้ายก็จะพบว่าเราได้ตกลงยินยอมให้เขาไปทำเงินมหาศาลแลกกับความบันเทิงและความสะดวกที่ได้จากการใช้ platform เขานั่นเอง

ซึ่งก็น่ากังวลไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะ platforms ที่เก็บข้อมูลตำแหน่งของคนในครอบครัวอย่าง Life360 ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่เอาไว้เช็คตำแหน่งและสถานะการเดินทางของคนในครอบครัว ว่าสามีถึงที่ทำงานหรือยัง ลูกได้ออกมานอกบริเวณที่ตกลงกันไว้หรือไม่ ภรรยาขับรถไปตามเส้นทางที่ปกติหรือไม่ ทั้งหมดนี้เพื่อความใจชื้นและความปลอดภัย แต่เราไม่เคยได้รับทราบรายละเอียดว่าเขาเองข้อมูลพวกนี้ไป monetize ในทางที่อาจจะไม่ผิดกฎหมาย (เพราะเรากดตกลง) แต่ผิดจริยธรรมหรือไม่

ตลาดข้อมูลแบบมีเงินตรา

Platform ยักษ์ใหญ่ที่จริงก็มีบางบริบทที่เป็นผู้ซื้อข้อมูลด้วยเงินตราตรงๆ เลย อย่างที่ YouTube จ่ายเงินผู้ผลิตคอนเทนต์ผ่าน AdSense

แต่ที่กำลังบานสะพรั่งมากๆ คือกลุ่มธุรกิจเล็กๆ ที่รับซื้อข้อมูลพฤติกรรมพวกเราเพื่อนำไป monetize เองหรือขายต่อ
ในสหรัฐฯ พฤติกรรมช้อปปิ้งเป็นข้อมูลล้ำค่าที่กลายเป็นตลาดขนาดข้อมูลที่ใหญ่ (และดูปกติ ไม่น่ากลัว) National Consumer Panel จะให้เราสแกนทุกอย่างที่เราซื้อรวมถึงให้เราให้สัมภาษณ์กับตัวแทน
อีกประเภทคือ testing companies ที่มีหน้าที่ช่วยทดสอบระบบ พฤติกรรมในการเล่นเกมส์หรือการใช้งานซอฟต์แวร์ ฯลฯ โดยจะจ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยให้เราเข้ามาลองใช้งานและให้ feedback ดู  ซึ่งถ้าบริษัทเหล่านี้ดีไซน์การทดสอบได้ดีและมีกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากพอ จะทำให้เกิดมูลค่ามหาศาลเนื่องจากเจ้าของเกมส์หรือซอฟต์แวร์จะได้ทราบว่าควรปรับปรุงอะไรบ้างก่อนออกผลิตภัณฑ์ใหม่

ที่น่ากลัวขึ้นมาอีกระดับคือการขายข้อมูลพฤติกรรมการใช้มือถือ (การ browse internet การดูวิดีโอฯลฯ) ให้กับผู้ซื้ออย่าง mobilexpression เพื่อให้บริษัทต่างๆ สามารถทำ targeted marketing ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

และหากคุณเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องความเป็นส่วนตัวนัก อยากขายข้อมูลตัวเอง แต่ไม่อยากต้องค้าขายกับหลายเจ้า บริษัท Datacoup (ภาพด้านบน) ทำ dashboard การขายข้อมูลคุณที่ง่ายและเชื่อมทุกๆ platform เข้าด้วยกัน

ตลาดข้อมูลสีเทา

แน่นอนโลกที่เทคโนโลยีก้าวไปอย่างรวดเร็วก็ความน่ากลัวแฝงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของการซื้อขายข้อมูลประเภทที่สามารถสร้างได้ทั้งประโยชน์อันมหาศาลและความสุ่มเสี่ยงต่อจริยธรรมหรือความราบรื่นของสังคม

 

ข้อมูลประเภทนี้ก็คือข้อมูลสุขภาพและข้อมูลพันธุกรรม

ขณะนี้มี start-up มากมายที่ต้องการซื้อข้อมูลสุขภาพและข้อมูลพันธุกรรมของคุณเพื่อที่จะนำไปขายต่อหรือวิจัยเพื่อสร้างยาและความรู้ทางการแพทย์ใหม่ๆ หรือนำไปช่วยในการทำการตลาดและการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจประกันสุขภาพและประกันชีวิต

ยกตัวอย่าง เช่น CoverUs เป็น start-up ที่ต้องการเป็นตัวกลางให้เราขายข้อมูลสุขภาพเราให้กับบริษัทประกันสุขภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดเบี้ยประกันสำหรับคนที่ยินยอมให้ถูกทำ due diligence อย่างหนักหน่วงกับข้อมูลนี้

ก่อนปิดท้ายบทความนี้ ผู้เขียนคิดว่าคงไม่มีอะไรมาหยุดความเคลื่อนไหวนี้ได้ คงมีทั้งผู้ได้และผู้เสีย และคงมีบริษัทที่ผู้บริหารยืนอยู่บนสเกลจริยธรรมที่หลากหลาย  จึงมองว่าถ้ามันจะเกิดในวงกว้าง อย่างน้อยก็ขอให้เกิดในมุมที่มันทำให้โลกเราดีขึ้นกว่าปัจจุบัน อย่างที่ TimiDNA และ blockchain based start-up อื่นๆ กำลังทำการฉีกตัวออกมาเป็นคนที่จะ empower ลูกค้า คืนความเป็นเจ้าของข้อมูลจากโรงพยาบาล คลินิค และหมอ ให้กับต้นตอของข้อมูล (ร่างกายเรา) บอกกันซึ่งหน้าว่าข้อมูลคุณจะขายให้ใครและเขาจะเอาไปทำอะไร

โลกและเงินของเรากำลังเข้าสู่โลกที่เคยอยู่เฉพาะในภาพยนต์ sci-fi ขึ้นไปทุกวัน ตอนหน้าเราจะมาดูเรื่องอนาคตของเงินและข้อมูลส่วนบุคคลสีเทากันต่อครับ

cr. ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ / stock2morrow