Apinan A No Comments

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือเรียกย่อๆว่า  A.I.) ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่โรบอท (Robot) ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตามที่มนุษย์เขียนคำสั่ง ไปจนถึงการเลียนแบบวิธีการคิดของมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ และพยายามทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Machine Learning) ด้วยวิธีการต่างๆ อาทิเช่น Rule Learning, Neural Networks, Deep Learning, Bayesian Network และอื่นๆอีกมากมาย 

แต่ไม่มีครั้งไหนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่การใช้ Robot และ A.I. จะพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเหมือนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

static1.squarespace

วิวัฒนาการของ A.I. ด้วยแนวความคิดต่างๆ (ที่มา www.datascienceassn.org)

ปัจจุบัน Robot และ A.I. มีบทบาทไม่เพียงแค่ในตลาดหุ้น แต่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายกับอีกหลายอุตสาหกรรมทั้งที่พวกเรารู้ตัวและไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำ เช่น

วงการคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันหากพวกเราสังเกตให้ดีๆ จะพบว่าการแปลภาษาของ Google หรือ การแปลงเสียงเราเป็นตัวอักษร (Voice to Text) หรือการสั่งงานด้วยเสียง (Speech Recognition) มีความถูกต้องสูงกว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้วมาก! เนื่องจาก A.I. ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง (Machine Learning) จากการแปลที่ผิดพลาดและถูกผู้ใช้งานทักติง ทำให้ A.I. สามารถนำข้อผิดพลาดดังกล่าวไปปรับปรุงแก้ไขการแปลได้ด้วยตนเอง

อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นชัดเจนคือ Social Network ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันอย่างเฟซบุคหรืออินสตาแกรมนั่นแหละครับ  A.I. สามารถคาดเดาพฤติกรรมและนิสัยของเราได้จาก โดยเรียนรู้จากรูปแบบการใช้งานและเรียนรู้สิ่งที่เราชอบและเราไม่ชอบ ทำให้การนำเสนอ Feed หรือแม้กระทั้งโฆษณา ถูกส่งมาให้เราชนิดที่ว่ารู้ใจเรามากจนน่าตกใจ บางครั้ง A.I. รู้จักเราดีกว่าเพื่อนสนิทของเราเสียอีก!

NeuralNetwork

โมเดลการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Machine Leaning) ด้วยระบบ Neural Networks

วงการแพทย์

Robot ได้ถูกนำมาใช้หลายด้าน ยกตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ฟิล์มเอกซเรย์ (Computer-aided interpretation of medical images) การวิเคราะห์เสียงเต้นของหัวใจ (Heart sound analysis) หรือ หุ่นยนต์ที่ดูแลคนแก่ นอกจากนี้โปรเจคที่เป็นที่กล่าวขานกันมากในวงการแพทย์คือ “วัตสัน” (Watson) ของ IBM ซึ่งจะช่วยในการวิเคราะห์อาการป่วยของผู้ป่วยโดยอาศัยข้อมูลจากประวัติการป่วยของคนทั่วโลกที่มีอาการคล้ายคลึงกัน และ A.I. นำข้อมูลที่มากมากและซับซ้อนดังกล่าวมาช่วยหมอวินิฉัยโรค และแนะนำวิธีการรักษา ซึ่งหาก Watson ถูกนำมาใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ จะทำให้หมอหนึ่งคนสามารถดูแลรักษาคนไข้ได้เพิ่มขึ้นอีก 4-5 เท่าตัว ลดโอกาสในการวินิฉัยโรคผิดพลาด และจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในอนาคตลดต่ำลงได้

31358

todd-kalyniuk-ibm-watson-group-ibms-watson-and-its-impact-on-healthcare-analytics-16-638

บทบาทของ Watson ในวงการแพทย์  (ที่มา: IBM)

วงการธนาคารและการเงิน

ในวงการธนาคารและการเงินมีการใช้ Robot มานานแล้ว เช่น การประเมินโอกาสที่ประกันจะต้องจ่ายค่าสินไหมและโอกาสที่จะเกิดการทุจริต การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานบัตรเครดิตการ์ดเพื่อประเมินการตัดสินใจจะให้สินเชื่อ หรือการใช้หุ่นยนต์ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับมหภาค (Macro Economic) เพื่อทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

insurance

โมเดลการใช้ A.I. Machine Learningในธุรกิจประกันภัยด้วยวิธี Bayesian Networks (ที่มา: https://www.cs.princeton.edu)

แล้วตลาดหุ้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

ในตอนหน้าเราจะมาเจาะลึกในส่วนที่เกี่ยวกับตลาดหุ้นว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาวิวัฒนาการจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ส่งคำสั่งซื้อขายตามที่นักลงทุนกำหนด (Programmed Trade) จนมากลายเป็น A.I. ที่สามารถตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตนเองอย่างรวดเร็วในระดับ millisecond รวมถึงการใช้ความเร็วของหุ่นยนต์ในการเทรด High Frequency Trading (HFT) มันเป็นมาอย่างไร  

feature_hftgraphic24__01__950b

นี่เป็นสิ่งที่พวกเราควรเรียนรู้เสียตั้งแต่เนิ่นๆครับว่า ประโยชน์และความเสี่ยงของ A.I. ต่อพวกเรานักลงทุนจะมีอะไรบ้าง จะได้เตรียมตัวรับมือกัน!

ติดตามตอนต่อไป ห้ามพลาดครับ

“What the wise do in the beginning, fools do in the end.” — Warren Buffett