Admin No Comments

หากไม่นับถึงหนังฮอลลีวู้ดที่นำแสดงโดยนาตาลี พอร์ตแมนแล้ว Black Swan เป็นชื่อของปรากฎการณ์ที่ผู้คนในแวดวงเศรษฐศาสตร์และการเงินรู้จักกันดี

หงส์ดำ (Black Swan) คืออะไร?

Nassim Nicholas Taleb อดีตเทรดเดอร์ ซึ่งในปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค เป็นผู้คิดค้นศัพท์นี้ขึ้นมา เพื่อใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เหมือนกับในสมัยศตวรรษที่ 16 ที่คนมีความเชื่อว่าในโลกนี้มีแต่หงส์สีขาวเท่านั้น เพียงเพราะในอดีตไม่เคยมีคนพบเห็นหงส์สีอื่นเลย  พูดไปจึงไม่มีใครเชื่อว่า Black Swan นั้นมีอยู่จริง…

ในโลกของการเงินการลงทุนนั้น Black Swan หมายถึง  (1) เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่มี (2) ผลกระทบมหาศาล และพอเกิดขึ้นแล้ว ผู้คนจะมานั่งหาเหตุผลจับต้นชนปลายจึงจะ (3) พอจะคาดการณ์หรือเข้าใจได้ว่ามันจะเกิดขึ้น

คุณ Taleb บอกว่าต้องมีทั้ง 3 อย่างนี้ จึงเรียกว่าเป็น Black Swan

แม้ว่า Black Swan จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน แน่นอนว่านักวิเคราะห์ในตลาดการเงินต่างพากันออกบทความเพื่อทำนายเหตุการณ์เหล่านี้ โดยสำหรับปี 2016 นักวิเคราะห์ของบริษัท Societe Generale มองว่าเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญกับ Black Swan Events ถึง 5 เหตุการณ์ด้วยกัน ดังรูปด้านล่าง

1465542859758047168ที่มา: http://www.zerohedge.com/news/2015-11-24/presenting-socgens-5-black-swans-2016

 

โดยใน 5 เหตุการณ์นี้ SocGen มองว่า Brexit (การที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป) มีความเป็นไปได้มากที่สุด แต่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกไม่มากเมื่อเทียบกับอีก 4 เหตุการณ์ที่เป็น Black Swan เช่นเดียวกัน

Brexit : Black Swan Event แห่งศตวรรษ

ถ้าตามกฎของคุณ Taleb อาจเรียกได้ว่า Brexit เป็น Black Swan Event แห่งศตวรรษนี้ก็ว่าได้ เพราะไม่มีการสำรวจใดเลยที่มีผลเป็นเอกฉันท์ หรือยืนยันหนักแน่นว่าสหราชอาณาจักรจะถอนตัวจาก EU ทั้งผลสำรวจจากประชาชนทั่วไป นักวิเคราะห์ในตลาดการเงิน หรือแม้กระทั่งนักเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

เมื่อผลการลงประชามติออกมาอย่างไม่คาดฝัน ค่าเงินปอนด์จึงอ่อนลงอย่างฮวบฮาบ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 30 ปี ในขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก รวมถึง SET index ของเราเองก็ดิ่งเหวกว่า 40 จุดจากระดับที่ปิดวันก่อนหน้า และที่แย่ไปกว่านั้น Brexit ยังลุกลามไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปทั้งทวีปเลยทีเดียว

brexit_ben_garrison
เราต้องเตรียมพร้อมกับ Black Swan Event มั้ย?

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ แม้ว่าเราจะไม่สามารถคาดการณ์ Black Swan Event ได้ แต่ผลการวิจัยกลับพบว่าผู้คนมักวิตกกังวลเกินกว่าเหตุ ว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้น โดยนักวิจัย 3 ท่าน คือ William Goetzmann  Dasol Kim และ Robert Shiller ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล ลงมือวิจัยโดยใช้ข้อมูลแบบสำรวจกว่า 26 ปี และพบว่าผู้คนมักมีการคาดการณ์ว่า เหตุการณ์รุนแรง เช่น Stock market crash หรือ แผ่นดินไหว จะเกิดขึ้นบ่อยกว่าจำนวนครั้งที่มันเกิดขึ้นจริง พูดง่ายๆ ก็คือ คนส่วนใหญ่มักมองโลกในแง่ร้าย และกังวลเกินกว่าเหตุนั่นเอง

การค้นพบพฤติกรรมดังกล่าว นับว่ามีประโยชน์อย่างมากในการนำมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยในแวดวงนักลงทุนต่างชาติ พบว่า หากเราใช้กลยุทธ์การซื้อและถือหลักทรัพย์เป็นระยะเวลาหนึ่ง มักจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าการเทรดระยะสั้นที่นักลงทุนขายหลักทรัพย์และหวังจะซื้อกลับเมื่อราคาปรับลดลงจากระดับที่คิดว่า ‘overvalued’

crisis_21

กล่าวสั้นๆ ก็คือ วิธีทำกำไรให้ได้มากที่สุด ก็คือ การเทรดโดยไม่ต้องไปนั่งคิดให้ปวดหัวว่าจะมี Black Swan Event อะไรเกิดขึ้นอีก หรือมัวแต่วิตกจริตกับเหตุการณ์ร้ายๆ…เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเท่าที่เราเชื่อนั่นเอง

fb-coverที่มา: https://www.bloomberg.com/view/articles/2016-04-15/everyone-worries-too-much-about-black-swan-events